<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กองทุน.COM การลงทุน เพื่อชีวิตที่ดีกว่า รวมกองทุนทุกประเภท</title>
	<atom:link href="http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.xn--12cm2ci1h0c.com</link>
	<description>กองทุน,การลงทุน,ทุน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 10 Jun 2010 03:58:47 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เล่าถึงความรู้สึกและความคิดเห็นที่มีต่อกองทุน กยศ.</title>
		<link>http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7</link>
		<comments>http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Jun 2010 03:58:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กองทุน</dc:creator>
				<category><![CDATA[กองทุน]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุน กยศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/?p=16</guid>
		<description><![CDATA[Interview Student ฉบับนี้เป็นฉบับส่งท้ายปีเก่า 2552 เราจะพาไปฟังความคิดเห็นของ คุณทรงเกียรติ จอมคำสิงห์ (น้องสด) อายุ 23 ปี ปัจจุบันน้องสดเพิ่งสำเร็จการศึกษาหมาด ๆ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะมนุษยศาสตร์ และทำงานชั่วคราวที่บมจ.ธนาคารกรุงไทย ฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ มาฟังน้องสดเล่าถึงความรู้สึกและความคิดเห็นที่มีต่อกองทุนกยศ. กันนะครับ
Interview Student :  สวัสดีครับ น้องสด ไม่ทราบว่า น้องสดกู้เงินกยศ.มาทั้งหมดกี่ปีแล้วครับ ?
น้องสด :  ผมกู้มาทั้งหมด 5 ปีครึ่งครับ
Interview Student :  คือกู้มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย แล้วกู้ต่อเนื่องจนจบปริญญาตรีเหรอครับ ?
น้องสด :  ใช่ครับ ผมกู้ครั้งแรกตอนเรียนชั้นม.5 ที่โรงเรียนเขาสมิงวิทยาคม จ.ตราด พอมาเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ม.ราม ก็กู้ต่อเนื่องอีก 3 ปีครึ่ง ตอนปี 4 ผมกู้เพียงเทอมเดียวครับ

Interview Student :  น้องสดกู้ทั้งส่วนที่เป็นค่าครองชีพและส่วนของค่าเทอมด้วยหรือเปล่าครับ ?
น้องสด :  ครับ ผมกู้ทั้งสองส่วน แต่ตอนม.ปลายผมกู้แต่ค่าครองชีพครับ
Interview [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-17" style="margin: 5px;" title="songkait" src="http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/wp-content/uploads/2010/05/songkait.jpg" alt="songkait" width="300" height="245" />Interview Student ฉบับนี้เป็นฉบับส่งท้ายปีเก่า 2552 เราจะพาไปฟังความคิดเห็นของ คุณทรงเกียรติ จอมคำสิงห์ (น้องสด) อายุ 23 ปี ปัจจุบันน้องสดเพิ่งสำเร็จการศึกษาหมาด ๆ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะมนุษยศาสตร์ และทำงานชั่วคราวที่บมจ.ธนาคารกรุงไทย ฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐ มาฟังน้องสดเล่าถึงความรู้สึกและความคิดเห็นที่มีต่อกองทุนกยศ. กันนะครับ</p>
<p>Interview Student :  สวัสดีครับ น้องสด ไม่ทราบว่า น้องสดกู้เงินกยศ.มาทั้งหมดกี่ปีแล้วครับ ?<br />
น้องสด :  ผมกู้มาทั้งหมด 5 ปีครึ่งครับ</p>
<p>Interview Student :  คือกู้มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย แล้วกู้ต่อเนื่องจนจบปริญญาตรีเหรอครับ ?<br />
น้องสด :  ใช่ครับ ผมกู้ครั้งแรกตอนเรียนชั้นม.5 ที่โรงเรียนเขาสมิงวิทยาคม จ.ตราด พอมาเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ม.ราม ก็กู้ต่อเนื่องอีก 3 ปีครึ่ง ตอนปี 4 ผมกู้เพียงเทอมเดียวครับ<br />
<span id="more-16"></span></p>
<p>Interview Student :  น้องสดกู้ทั้งส่วนที่เป็นค่าครองชีพและส่วนของค่าเทอมด้วยหรือเปล่าครับ ?<br />
น้องสด :  ครับ ผมกู้ทั้งสองส่วน แต่ตอนม.ปลายผมกู้แต่ค่าครองชีพครับ</p>
<p>Interview Student :  เงินที่ได้รับจากการกู้เงินกยศ. เพียงพอต่อการใช้จ่ายในแต่ละเดือนไหมครับ ?<br />
น้องสด :  ก็ไม่ค่อยพอนะครับ เพราะผมเป็นคนต่างจังหวัด ต้องมาเช่าหอพักอยู่ เงินค่าครองชีพที่ได้แต่ละเดือนก็ต้องหักมาจ่ายค่าเช่าหอประมาณครึ่งหนึ่ง แต่ช่วงเรียนปริญญาตรีผมก็มีรายได้พิเศษจากการทำงาน part-time ที่ร้านอาหารและห้างสรรพสินค้า ล่าสุดผมได้มาทำงานชั่วคราวที่ธนาคารกรุงไทย ฝ่ายบริหารโครงการภาครัฐมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551 ครับ</p>
<p>Interview Student :  แล้วทางบ้านต้องส่งเงินมาช่วยเพิ่มเติมเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาบ้างไหมคะ ?<br />
น้องสด :  ครับ ทุกเดือนทางบ้านจะส่งเงินมาช่วยบ้าง แต่ก็เป็นจำนวนเงินไม่มากนัก ถือว่า ไม่ได้รบกวนทางบ้านมากมายอะไรนัก เพราะค่าเทอมเรียนที่ม.รามไม่แพงครับ</p>
<p>Interview Student :  น้องสดว่า เงินกู้กยศ.ได้ช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านในการส่งเรียนมากน้อยแค่ไหนคะ ?<br />
น้องสด :  จริง ๆ แล้วเงินกองทุนกยศ. ช่วยแบ่งเบาภาระทางครอบครัวผมได้มากเลยครับ เพราะคุณแม่ผมเป็นแม่บ้าน รายได้ครอบครัวมาจากคุณพ่อทางเดียว ซึ่งท่านมีอาชีพรับจ้างทำสวน รายได้ก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่ ถ้าไม่ได้กู้เงินกยศ. ทางบ้านผมก็ต้องส่งเงินให้ผมมากกว่านี้</p>
<p>Interview Student :  ในฐานะที่น้องสดผ่านกระบวนการกู้เงินทั้งระบบเก่าและระบบ e-studentloan อยากให้บอกถึงความแตกต่างของการกู้ทั้งสองแบบค่ะ ?<br />
น้องสด :  คือ&#8230;.ผมว่า การกู้ในระบบ e-studentloan ได้เงินเร็วกว่าแบบเดิมนะครับ การกู้แบบเดิมนั้นยุ่งยากและเสียเวลามากในขั้นตอนการทำเอกสาร ปัญหาก็เยอะครับ เพราะบางครั้งผู้กู้ก็ไม่มีความเข้าใจในวิธีปฏิบัติ ทางมหาวิทยาลัยให้ความรู้ไม่ทั่วถึงเพราะผู้กู้มีจำนวนมากครับ</p>
<p>Interview Student :  แล้วการกู้ระบบใหม่เป็นแบบ e-studentloan สะดวกกว่าอย่างไรคะ<br />
น้องสด :  การกู้ในระบบ e-studentloan เป็นการยื่นกู้ผ่านระบบอินเทอร์เนต ไม่ต้องใช้เอกสารมากมายเท่าการกู้แบบเดิม การตรวจสอบขั้นตอนกู้ก็สามารถทำได้ผ่านทางเว็ปไซด์ สะดวกมากครับ เพียงแต่ตอนกู้ใหม่ ๆ จะติดขัดปัญหาบ้าง เพราะยังไม่เข้าใจในเรื่องระบบครับ</p>
<p>Interview Student :  ที่ผ่านมาในเรื่องการโอนเงินล่ะคะ เปรียบเทียบแล้วมีความแตกต่างอย่างไรคะ ?<br />
น้องสด :  ครับ การโอนเงินที่ผ่านมาแบบเดิม ผมจะได้รับเงินกู้หลังจากทำสัญญาไปแล้วประมาณ 3 เดือน แต่ในระบบใหม่นี้ผมได้เงินเร็วมากครับ พอทำเรื่องผ่านขั้นตอนในระบบเรียบร้อยแล้ว ไม่กี่วันธนาคารก็โอนเงินเข้าบัญชีผมเลยครับ</p>
<p>Interview Student :  มาคุยถึงเรื่องการวางแผนทางการเงินเพื่อชำระหนี้เงินกู้กันดีกว่านะคะ ไม่ทราบว่าน้องสดได้วางแผนทางการเงินอย่างไรบ้างคะ ?<br />
น้องสด :  คือ&#8230;.ตอนนี้ผมเพิ่งจบและอยู่ในช่วงหางานประจำทำ ผมตั้งใจว่า ถ้าผมได้ทำงานประจำแล้ว ผมจะชำระหนี้ในช่วงปลอดหนี้ 2 ปีนี้เลยครับ เพราะเท่าที่ผมทราบมา การชำระหนี้ก่อนกำหนดช่วงปลอดหนี้ผมจะไม่เสียดอกเบี้ย และเงินที่ชำระหนี้จะไปลดยอดเงินต้นทั้งหมดครับ</p>
<p>Interview Student :  ดีใจนะคะที่น้องสดมีความตั้งใจที่ดี ก็ขออวยพรให้น้องสดได้งานประจำดี ๆ และได้เงินเดือนมาก ๆ จะได้นำเงินมาชำระหนี้อย่างที่ตั้งใจไว้นะคะ ?<br />
น้องสด :  ขอบคุณครับ ผมก็หวังเช่นนั้นเหมือนกันครับ</p>
<p>Interview Student :  แล้วน้องสด คิดว่า ระยะเวลาการชำระหนี้ 15 ปียาวนานเกินไปไหมคะ ?<br />
น้องสด :  ก็ไม่นะครับ ผมว่าเหมาะสมดีแล้ว ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องผ่อนชำระหนี้ไปจนครบ 15 ปี ผมคิดว่า มีเงินเดือนแล้วจะเก็บเงินส่วนหนึ่งรวบรวมไว้ แล้วนำไปชำระหนี้บ่อย ๆ ผมจะได้ชำระหนี้หมดก่อนเวลา 15 ปีครับ</p>
<p>Interview Student :  เรื่องอัตราดอกเบี้ยล่ะคะ กยศ. คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี คิดว่า เป็นอัตราที่เหมาะสมดีแล้วหรือไม่คะ ?<br />
น้องสด :  ผมว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ถูกมาก ๆ เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั่ว ๆ ไปนะครับ ถือว่า กองทุนกยศ.ช่วยเหลือให้คนที่มีความจำเป็นได้กู้โดยเสียดอกเบี้ยอัตราที่ต่ำมาก</p>
<p>Interview Student :  ตอนนี้อยากให้น้องสดบอกถึงความรู้สึกที่มีต่อกองทุน กยศ. ค่ะ ?<br />
น้องสด :  ผมอยากบอกว่า กองทุนกยศ.เป็นกองทุนที่ดีมากครับ ช่วยเหลือครอบครัวที่มีรายได้น้อย และให้โอกาสเด็ก ๆ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้เรียนหนังสือ เป็นการให้อนาคตแก่เยาวชนของชาติ ผมว่า กองทุนนี้ทำให้เด็ก ๆ อยากเรียนหนังสือนะครับโดยการกู้เงินเรียน เพราะปกติถ้าครอบครัวยากจน ทางบ้านไม่มีเงินส่งเรียน เด็กเหล่านั้นก็ไม่มีโอกาสที่จะได้เรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี</p>
<p>Interview Student :  อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้อง ๆ ที่กู้เรียนอยู่ตอนนี้บ้างไหมคะ ?<br />
น้องสด :  อยากให้น้อง ๆ ที่กู้เงินเรียน ให้ใช้จ่ายเงินกู้ในสิ่งที่จำเป็นอย่างคุ้มค่า อย่าใช้จ่ายในสิ่งที่ฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย เพราะที่ผ่านมาผมก็เคยเห็นน้อง ๆ หลายคนใช้จ่ายเงินกู้ในสิ่งที่ไม่จำเป็นเลยครับ</p>
<p>Interview Student :  แล้วสำหรับรุ่นพี่ที่จบไปแล้วล่ะคะ อยากจะบอกอะไรคะ ?<br />
น้องสด :  สำหรับรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว มีงานมีการทำ มีเงินเดือนแล้ว ผมก็อยากให้นำเงินมาชำระหนี้เงินกู้ เพื่อให้ได้เงินคืนเข้ามาสู่กองทุนมาก ๆ จะได้หมุนเวียนให้น้อง ๆ รุ่นต่อ ๆ ไป ได้มีโอกาสกู้เงินเรียนแบบเราบ้างครับ</p>
<p>Interview Student :  มาถึงคำถามสุดท้ายแล้ว ไม่ทราบว่า มีความคิดเห็นอยากให้กองทุนกยศ.ปรับปรุงหลักเกณฑ์ในเรื่องใดบ้างไหมครับ ?<br />
น้องสด :  คือ&#8230;.ปัจจุบันกองทุนฯ ให้กู้ได้แค่ระดับปริญญาตรี ผมก็อยากให้เพิ่มเติมหลักเกณฑ์ให้สามารถกู้เงินเพื่อเรียนต่อในระดับปริญญาโทได้ครับ</p>
<p>Interview Student :  วันนี้ต้องขอขอบคุณน้องสดมากนะคะ ที่ได้สละเวลามาพูดคุยและให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ดี ๆ<br />
น้องสด :  ครับ ขอบคุณเช่นกันครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อยากเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทำอย่างไร</title>
		<link>http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81</link>
		<comments>http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 31 May 2010 03:58:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กองทุน</dc:creator>
				<category><![CDATA[กองทุน]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/?p=13</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ ท่านกรรมการกองทุนและสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกท่าน  ในช่วงต้นปีที่ผ่านมามีสมาชิกถามเข้ามามากเกี่ยวกับการเปลี่ยนนโยบายการลงทุน  สมาชิกบางท่านรู้สึกว่านโยบายการลงทุนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันให้ผลตอบแทนน้อยเกินไปในภาวะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทะยานขึ้น  เนื่องจากนโยบายที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด เป็นนโยบายที่เน้นความเสี่ยงต่ำ  ซึ่งปีที่ผ่านมา กองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้  มีผลการดำเนินงานในอัตราค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุน
เรื่องนี้ต้องเห็นใจคณะกรรมการกองทุนค่ะ เพราะเมื่อปี 2551  ผลการดำเนินงานของกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุนลดลงมาก  บางกองทุนถึงขั้นติดลบจนสมาชิกบางท่านกังวลว่าจะกินเงินต้นที่ส่งเข้ากองทุน  คณะกรรมการกองทุนก็โดนสมาชิกต่อว่ามาก พอมาในปี 2552  ก็ยังไม่รู้ว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเป็นอย่างไร สำหรับกองทุนที่มีนโยบายเดียว  คณะกรรมการกองทุนจึงจำเป็นต้องกำหนดนโยบายที่เน้นการรักษาเงินกองทุนให้ปลอดภัยมากที่สุด  สมาชิกกองทุนที่ยังไม่อยู่ในวัยใกล้เกษียณและยังรับความเสี่ยงได้  ก็อาจจะรู้สึกอึดอัดจึงอยากเปลี่ยนนโยบายการลงทุน
ก่อนอื่น  เรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่า นโยบายการลงทุน คือ  การกำหนดขอบเขตในการบริหารเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนใช้เป็นกรอบในการบริหารเงินกองทุน  โดยปกตินโยบายการลงทุนจะระบุประเภทตราสารและสัดส่วนการลงทุนของตราสารแต่ละประเภทที่กองทุนอนุญาตให้ผู้จัดการกองทุนลงทุนได้
สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีนายจ้างรายเดียว (single fund) คณะกรรมการกองทุนจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสมาชิกกองทุนในการกำหนดนโยบายการลงทุนให้เหมาะสม  สอดคล้องกับลักษณะ ความต้องการ และความเสี่ยงที่สมาชิกยอมรับได้มากที่สุด  และปกติบริษัทจัดการจะส่งนโยบายการลงทุนให้คณะกรรมการกองทุนทบทวนทุกปี ดังนั้น  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-medium wp-image-14" title="main1" src="http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/wp-content/uploads/2010/05/main1-269x300.jpg" alt="main1" width="269" height="300" />สวัสดีค่ะ ท่านกรรมการกองทุนและสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกท่าน  ในช่วงต้นปีที่ผ่านมามีสมาชิกถามเข้ามามากเกี่ยวกับการเปลี่ยนนโยบายการลงทุน  สมาชิกบางท่านรู้สึกว่านโยบายการลงทุนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันให้ผลตอบแทนน้อยเกินไปในภาวะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทะยานขึ้น  เนื่องจากนโยบายที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด เป็นนโยบายที่เน้นความเสี่ยงต่ำ  ซึ่งปีที่ผ่านมา กองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้  มีผลการดำเนินงานในอัตราค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุน</p>
<p>เรื่องนี้ต้องเห็นใจคณะกรรมการกองทุนค่ะ เพราะเมื่อปี 2551  ผลการดำเนินงานของกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุนลดลงมาก  บางกองทุนถึงขั้นติดลบจนสมาชิกบางท่านกังวลว่าจะกินเงินต้นที่ส่งเข้ากองทุน  คณะกรรมการกองทุนก็โดนสมาชิกต่อว่ามาก พอมาในปี 2552  ก็ยังไม่รู้ว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเป็นอย่างไร สำหรับกองทุนที่มีนโยบายเดียว  คณะกรรมการกองทุนจึงจำเป็นต้องกำหนดนโยบายที่เน้นการรักษาเงินกองทุนให้ปลอดภัยมากที่สุด  สมาชิกกองทุนที่ยังไม่อยู่ในวัยใกล้เกษียณและยังรับความเสี่ยงได้  ก็อาจจะรู้สึกอึดอัดจึงอยากเปลี่ยนนโยบายการลงทุน</p>
<p>ก่อนอื่น  เรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่า นโยบายการลงทุน คือ  การกำหนดขอบเขตในการบริหารเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนใช้เป็นกรอบในการบริหารเงินกองทุน  โดยปกตินโยบายการลงทุนจะระบุประเภทตราสารและสัดส่วนการลงทุนของตราสารแต่ละประเภทที่กองทุนอนุญาตให้ผู้จัดการกองทุนลงทุนได้<span id="more-13"></span></p>
<p><strong>สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีนายจ้างรายเดียว (single fund)</strong> คณะกรรมการกองทุนจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสมาชิกกองทุนในการกำหนดนโยบายการลงทุนให้เหมาะสม  สอดคล้องกับลักษณะ ความต้องการ และความเสี่ยงที่สมาชิกยอมรับได้มากที่สุด  และปกติบริษัทจัดการจะส่งนโยบายการลงทุนให้คณะกรรมการกองทุนทบทวนทุกปี ดังนั้น  หากต้องการแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและความต้องการของสมาชิกส่วนใหญ่  คณะกรรมการกองทุนอาจสอบถามความเห็นจากสมาชิกและแจ้งขอแก้ไขไปยังบริษัทจัดการที่บริหารกองทุน</p>
<p><strong>แต่สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีนายจ้างหลายราย (pooled fund)</strong> ซึ่งบริษัทจัดการจัดตั้งขึ้น นโยบายการลงทุนจะถูกกำหนดจากบริษัทจัดการ  นายจ้างสามารถเลือกเข้าร่วม pooled fund  ที่มีนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับลูกจ้างของตนมากที่สุด ดังนั้น  โดยปกตินโยบายการลงทุนจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่บริษัทจัดการจะมี investment committee  ในการปรับกลยุทธการลงทุนเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ภายใต้กรอบของนโยบายการลงทุนตามที่กำหนดไว้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม  แม้ว่านโยบายการลงทุนจะถูกพิจารณาเพื่อให้เหมาะสมกับสมาชิกกองทุนมากที่สุด  และคณะกรรมการกองทุนสามารถขอแก้ไขหรือมี investment committee  คอยปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับสถานการณ์  <strong>แต่เป็นไปได้ยากที่นโยบายการลงทุนเพียงนโยบายเดียวจะถูกใจสมาชิกทุกคนในกองทุน  เนื่องจากแต่ละคนมีลักษณะ ความต้องการ จุดมุ่งหมายในการลงทุน  และความเสี่ยงที่ยอมรับได้แตกต่างกัน ดังนั้น  คณะกรรมการกองทุนจึงควรเปิดโอกาสให้สมาชิกเลือกนโยบายการลงทุนด้วยตนเอง (employee’s  choice)</strong> ซึ่งสามารถทำได้หลายทาง อาทิ เข้าร่วม master pooled fund  ที่บริษัทจัดการจัดตั้งขึ้นซึ่งจะมีหลากหลายนโยบายให้สมาชิกได้เลือก หรือหากเป็น  single fund ก็สามารถจัดให้มีนโยบายการลงทุนเพิ่มเติมให้สมาชิกเลือกได้ เป็นต้น  นโยบายการลงทุนที่ให้สมาชิกเลือกอาจจัดให้มีใน 2 รูปแบบ ได้แก่ (1)  นโยบายสำเร็จรูปที่ให้สมาชิกเลือก  โดยแต่ละนโยบายอาจผสมสัดส่วนการลงทุนของตราสารแต่ละประเภทแตกต่างกันออกไปเพื่อให้สมาชิกสามารถเลือกนโยบายที่เหมาะกับตนเองได้  เช่น ถ้าสมาชิกสามารถรับความเสี่ยงได้มาก  คาดหวังผลตอบแทนสูงก็อาจเลือกนโยบายที่มีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนค่อนข้างสูง  ซึ่งกองทุนอาจเปิดโอกาสให้สมาชิกเลือกได้มากกว่า 1 นโยบายก็ได้ หรือ (2)  นโยบายที่มีลักษณะเป็น pure asset ได้แก่ นโยบายตราสารหนี้ นโยบายตราสารทุน  สมาชิกสามารถเลือกว่าจะลงในนโยบายใดเป็นสัดส่วนเท่าใด เช่น  สมาชิกที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูงอาจเลือกลงทุนในนโยบายตราสารหนี้ 40 %  นโยบายตราสารทุน 60 % เป็นต้น นอกจากนั้น  สมาชิกยังสามารถปรับเปลี่ยนนโยบายหรือสัดส่วนการลงทุนได้อย่างน้อยปีละ 1  ครั้งตามที่กฎหมายกำหนดด้วยค่ะ</p>
<p>ท่านกรรมการกองทุนและเพื่อน ๆ  สมาชิกลองเข้าไปอ่านบทสัมภาษณ์กรรมการกองทุน  และสมาชิกกองทุนที่เลือกลงทุนด้วยตนเองใน www.thaipvd.com หัวข้อ employee’s choice  corner อาจได้แนวคิดในการจัดให้มี employee’s choice  หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบนโยบายการลงทุนให้เหมาะสมกับสมาชิกองทุนของท่าน  แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>KSDLTF กองทุน LTF สำหรับคนไม่ชอบความผันผวน</title>
		<link>http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/ksdltf-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-ltf-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a</link>
		<comments>http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/ksdltf-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-ltf-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 31 May 2010 03:56:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กองทุน</dc:creator>
				<category><![CDATA[กองทุน]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุน LTF]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/?p=10</guid>
		<description><![CDATA[
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  ตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงโดยไม่กังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังร้อนระอุ  โดยตั้งแต่ต้นปี 2553 ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นไปกว่า 6%  โดยทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ 786.54 จุด (24 มีนาคม 2553)  ส่งผลให้มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนหุ้นต่างก็ปรับขึ้นตามกันไปด้วย เช่น  กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาว (KEQLTF)และกองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาวปันผล (KDLTF)  มีการปรับตัวขึ้นไปกว่า 8%  หรือแม้กระทั่งกองทุนที่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพียงประมาณ 70% อย่างกองทุนเปิดเค  70:30 หุ้นระยะยาวปันผล (K70LTF) ก็สามารถปรับตัวขึ้นไปได้ถึงประมาณ 5.7%
อย่างไรก็ดี ในช่วงเดียวกันนี้ กองทุนเปิดเค สตราทีจิค ดีเฟ็นซีฟ  หุ้นระยะยาวปันผล (KSDLTF) กลับมีผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีติดลบถึงกว่า 4%  ทำให้นักลงทุนหลายท่านเกิดความสงสัยว่า เพราะเหตุใดกองทุน KSDLTF  ถึงได้มีผลการดำเนินงานสวนกระแสการขึ้นของตลาด
วัตถุประสงค์หลักของกองทุน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="ctl00_PlaceHolderMain_pContent_ctl01__ControlWrapper_RichHtmlField" style="display: inline;">
<p><img class="alignleft size-medium wp-image-11" title="000015" src="http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/wp-content/uploads/2010/05/000015-220x300.gif" alt="000015" width="220" height="300" />ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  ตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงโดยไม่กังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังร้อนระอุ  โดยตั้งแต่ต้นปี 2553 ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นไปกว่า 6%  โดยทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ 786.54 จุด (24 มีนาคม 2553)  ส่งผลให้มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนหุ้นต่างก็ปรับขึ้นตามกันไปด้วย เช่น  กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาว (KEQLTF)และกองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาวปันผล (KDLTF)  มีการปรับตัวขึ้นไปกว่า 8%  หรือแม้กระทั่งกองทุนที่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพียงประมาณ 70% อย่างกองทุนเปิดเค  70:30 หุ้นระยะยาวปันผล (K70LTF) ก็สามารถปรับตัวขึ้นไปได้ถึงประมาณ 5.7%</p>
<p>อย่างไรก็ดี ในช่วงเดียวกันนี้ กองทุนเปิดเค สตราทีจิค ดีเฟ็นซีฟ  หุ้นระยะยาวปันผล (KSDLTF) กลับมีผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีติดลบถึงกว่า 4%  ทำให้นักลงทุนหลายท่านเกิดความสงสัยว่า เพราะเหตุใดกองทุน KSDLTF  ถึงได้มีผลการดำเนินงานสวนกระแสการขึ้นของตลาด</p>
<p>วัตถุประสงค์หลักของกองทุน KSDLTF คือการลดความผันผวนจากการลงทุนในหุ้น  โดยกองทุนจะทำการลงทุนในหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 65% เหมือนกองทุน LTF อื่นๆ  แต่จะมีการขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของดัชนี SET 50 (SET 50 Futures)  เพื่อลดสัดส่วนการลงทุนสุทธิในหุ้นของกองทุนลง โดยปัจจุบัน  สัดส่วนการลงทุนในหุ้นสุทธิหลังจากหักสัญญา Futures ของกองทุน KSDLTF อยู่ที่ประมาณ  10% &#8211; 15% เมื่อเปรียบเทียบกับกองทุน LTF อื่นๆ  ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนสุทธิในหุ้นอยู่ตั้งแต่ 70% ขึ้นไป<span id="more-10"></span></p>
<p>ข้อดีของการมีสัดส่วนการลงทุนสุทธิในหุ้นน้อย คือ  ในช่วงที่ตลาดหุ้นมีการปรับตัวลดลง กองทุนจะได้รับผลกระทบต่ำกว่ากองทุน LTF อื่นๆ  เนื่องจากกองทุนจะได้กำไรชดเชยจากการขาย SET50 Futures  (ราคาที่ขายออกไปสูงกว่าดัชนี ปัจจุบัน จึงเกิดกำไร) ทำให้กองทุน KSDLTF  มีผลการดำเนินงานดีกว่าตลาด เช่น ในช่วงระยะเวลา 18 มกราคม – 28 มกราคม 2553  ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหลักทรัพย์มีการปรับตัวลดลงเกือบ 8% แต่กองทุน KSDLTF  กลับมีผลการดำเนินงานติดลบเพียงแค่ 4%</p>
<p>อย่างไรก็ดี ในช่วงตลาดขาขึ้น กองทุนก็จะมีผลการดำเนินงานที่ต่ำกว่าตลาดเช่นกัน  เนื่องจากจะมีสัดส่วนสุทธิการลงทุนในหุ้นน้อย  และมีผลขาดทุนจากการขายสัญญาล่วงหน้ามาหักล้างกับกำไรที่ได้จากการลงทุนในหุ้น (ราคา  SET50 Futures ที่ขายออกไปต่ำกว่าดัชนีตลาด ณ ปัจจุบัน จึงเกิดผลขาดทุน)  ทำให้เวลาหุ้นขึ้น ผลตอบแทนจะไม่ได้ขึ้นเท่ากับกองทุน LTF อื่นๆ  ที่ไม่มีการขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น KEQLTF, KDLTF เป็นต้น  ตัวอย่างเช่นในช่วงวันที่ 11 – 24 มีนาคม 2553 ตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นถึงกว่า 8%  แต่กองทุนมีผลการดำเนินงานสูงขึ้นเพียง 0.28%</p>
<p>จึงอาจกล่าวได้ว่า ในภาวะที่ตลาดหุ้นโดยรวมมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น กองทุน KSDLTF  จะมีผลการดำเนินงานสู้กองทุน LTF อื่นๆไม่ได้  แต่ในขณะที่ตลาดหุ้นโดยรวมมีการปรับตัวลดลง กองทุน KSDLTF  จะให้ผลการดำเนินงานที่ดีกว่ากองทุน LTF ประเภทอื่นๆ ดังนั้น กองทุน KSDLTF  จึงเหมาะสำหรับการลงทุนในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนมาก และมีแนวโน้มปรับตัวลดลง  และเหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ชอบความผันผวน เนื่องจากกองทุน KSDLTF  จะมีความผันผวนต่ำกว่ากองทุน LTF  อื่นๆเนื่องจากมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นสุทธิต่ำกว่า</p>
<p>อย่างไรก็ดี หากผู้ลงทุนถือกองทุน LTF ยังไม่ครบเงื่อนไข 5 ปีปฏิทิน  ก็ยังไม่สามารถจะขายคืนได้  แม้ว่ากองทุนจะมีกำไรหรือขาดทุนก็ตามเนื่องจากจะผิดเงื่อนไขของกรมสรรพากร  แต่เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนในกองทุน LTF  และยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยไม่ผิดเงื่อนไข  ในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังอยู่ในขาขึ้น ผู้ลงทุนอาจจะพิจารณาสับเปลี่ยน (Switch)  กองทุน KSDLTF ไปยังกองทุน LTF อื่นๆ เช่นกองทุน KEQLTF, KDLTF หรือกองทุน  K70LTFได้ เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ตามการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้น  และเมื่อตลาดหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวลดลง หรือผันผวนมาก  ก็สามารถพิจารณาสับเปลี่ยนกองทุน LTF ดังกล่าวกลับมายังกองทุน KSDLTF  เพื่อลดความผันผวนจากการลงทุนได้เช่นเดียวกัน</p>
<p>ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถทำการสับเปลี่ยนกองทุน LTF ภายใต้การจัดการของ  บลจ.กสิกรไทยได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยน  ผ่านทั้งธนาคารกสิกรไทยกว่า 800 สาขาทั่วประเทศ พร้อมด้วยช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อีก  3 ช่องทาง ได้แก่ K-Cyber Invest (บริการลงทุนในกองทุนรวมทางอินเตอร์เน็ทกสิกรไทย),  K-ATM (บริการธนาคารทางเอทีเอ็มกสิกรไทย),  และ K-Contact Center 0 2 888 8888  (บริการธนาคารทางโทรศัพท์กสิกรไทย)</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/ksdltf-%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-ltf-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อมูลทั่วไปของ กองทุนรวม</title>
		<link>http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1</link>
		<comments>http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Feb 2010 10:19:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>กองทุน</dc:creator>
				<category><![CDATA[กองทุน]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนรวม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--12cm2ci1h0c.com/?p=3</guid>
		<description><![CDATA[กองทุนรวม (Mutual Fund) เป็นการรวบรวมเงินทุนจากนักลงทุนทั่วไป คนละเล็กคนละน้อย เพื่อรวมเป็นเงินก้อนขนาดใหญ่ แล้วนำเงินที่รวบรวมนั้นไปลงทุนตามที่ได้ตกลงกับนักลงทุน กองทุนที่รวบรวมเงินที่ได้นี้จะได้รับการบริหารจัดการจากบริษัทจัดการกองทุนซึ่งมีหน้าที่ลงทุนแทนนักลงทุนหรือ ผู้ถือหน่วยลงทุน และมีการจัดตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์เพิ่มขึ้นมาอีกซึ่งกฎหมายจะกำหนดเอาไว้ เพื่อคอยดูแลเงินกองทุนนั้นแทนนักลงทุนที่นำเงินมาลงทุน ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนล้ม ผู้ดูแลผลประโยชน์ก็จะชดเชยให้กับนักลงทุน หรือบริษัทจัดการกองทุนไม่ได้ทำตามหนังสือชี้ชวนผู้ดูแลผลประโยชน์ก็จะเอาผิดบริษัทจัดการกองทุนแทนผู้ถือหน่วยลงทุนได้เช่นกัน
กองทุนรวมมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยก ต่างหากจากบริษัทจัดการกองทุน ดังนั้นผลประกอบการหรือความน่าเชื่อถือของบริษัทจัดการกองทุนจึงไม่เป็น เครื่องชี้วัดถึงผลตอบแทนหรือเป็นหลักประกันของเงินลงทุนแต่อย่างใด
โครงสร้างของกองทุนรวม ในการดำเนินกิจการจัดการลงทุน จะประกอบไปด้วย

บริษัทจัดการกองทุน (Investment Company)
นักลงทุนผู้ถือหน่วยลงทุน (Unit Holder)
ผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee)

นอกจากนี้ยังอาจมี

ตัวแทนที่เปิดรับซื้อขายหน่วยลงทุน
นายทะเบียนหน่วยลงทุน

การลงทุนในกองทุนรวม
บริษัทจัดการกองทุนจะออกหนังสือชี้ชวนให้แก่นักลงทุน เพื่อให้นักลงทุนที่สนใจพิจารณาตัดสินใจก่อน จากนั้นบริษัทก็จะออกหน่วยลงทุน (unit trusts) มักจะออกขายราคาเริ่มต้นที่หน่วยละ 10 บาท ส่วนนักลงทุนที่สนใจในกองทุนรวมนั้นก็จะซื้อหน่วยลงทุนนั้นๆ และนักลงทุนก็ได้รับผลตอบแทนในรูปเงินปันผล (dividend) หรืออาจจะได้ในรูป กำไรส่วนต่าง (capital gain) ดอกเบี้ยรับ ส่วนลดรับ ซึ่งผลตอบแทนก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของการบริหารโดยบริษัทจัดการกองทุนและผู้จัดการกองทุน ว่าจะมีความสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนหรือผู้ถือหน่วยลงทุนได้มากน้อยเพียงใด
ประเภทของกองทุนรวม
แบ่งตามการรับซื้อ

กองทุนปิด (Close-end Mutual Fund) เป็นกองทุนที่ขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนเป็นจำนวนจำกัดขนาด และเวลาในการไถ่ถอนหรือขายคืนให้กับบริษัทจัดการกองทุนจะกำหนดไว้ในหนังสือ ชี้ชวนก่อนจำหน่ายไว้แล้ว และในระหว่างเวลาที่ถือหน่วยลงทุนจะไม่สามารถขายคืนได้จนกว่าจะครบกำหนด คือกำหนดวันหมดเวลาของหน่วยลงทุนซึ่งบริษัทจัดการกองทุนจะรับซื้อตามมูลค่า ที่ครบกำหนดซึ่งอาจจะมากขึ้นหรือลดลงก็ได้ แต่บางครั้งกองทุนปิดก็สามารถทำการซื้อขายได้ตลอดถ้าบริษัทจัดการกองทุนนำ กองทุนปิดที่ตนเองออกขายให้กับนักลงทุน ไปจดทะเบียนไว้ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งผู้ถือหน่วยลงทุนจะสามารถขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ได้ซึ่งเป็นการเพิ่มสถาพคล่องให้กับผู้ถือหน่วยได้อีกทางหนึ่ง


กองทุนเปิด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><img class="alignleft size-medium wp-image-6" style="margin: 5px;" title="11531_552000009536501" src="http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/wp-content/uploads/2010/02/11531_552000009536501-300x236.jpg" alt="11531_552000009536501" width="300" height="236" />กองทุนรวม</strong> (Mutual Fund) เป็นการรวบรวมเงินทุนจากนักลงทุนทั่วไป คนละเล็กคนละน้อย เพื่อรวมเป็นเงินก้อนขนาดใหญ่ แล้วนำเงินที่รวบรวมนั้นไปลงทุนตามที่ได้ตกลงกับนักลงทุน กองทุนที่รวบรวมเงินที่ได้นี้จะได้รับการบริหารจัดการจากบริษัทจัดการกองทุนซึ่งมีหน้าที่ลงทุนแทนนักลงทุนหรือ ผู้ถือหน่วยลงทุน และมีการจัดตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์เพิ่มขึ้นมาอีกซึ่งกฎหมายจะกำหนดเอาไว้ เพื่อคอยดูแลเงินกองทุนนั้นแทนนักลงทุนที่นำเงินมาลงทุน ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนล้ม ผู้ดูแลผลประโยชน์ก็จะชดเชยให้กับนักลงทุน หรือบริษัทจัดการกองทุนไม่ได้ทำตามหนังสือชี้ชวนผู้ดูแลผลประโยชน์ก็จะเอาผิดบริษัทจัดการกองทุนแทนผู้ถือหน่วยลงทุนได้เช่นกัน</p>
<p>กองทุนรวมมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยก ต่างหากจากบริษัทจัดการกองทุน ดังนั้นผลประกอบการหรือความน่าเชื่อถือของบริษัทจัดการกองทุนจึงไม่เป็น เครื่องชี้วัดถึงผลตอบแทนหรือเป็นหลักประกันของเงินลงทุนแต่อย่างใด<br />
<strong>โครงสร้างของกองทุนรวม</strong> ในการดำเนินกิจการจัดการลงทุน จะประกอบไปด้วย</p>
<ul>
<li>บริษัทจัดการกองทุน (Investment Company)</li>
<li>นักลงทุนผู้ถือหน่วยลงทุน (Unit Holder)</li>
<li>ผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee)</li>
</ul>
<p>นอกจากนี้ยังอาจมี<span id="more-3"></span></p>
<ul>
<li>ตัวแทนที่เปิดรับซื้อขายหน่วยลงทุน</li>
<li>นายทะเบียนหน่วยลงทุน</li>
</ul>
<h2><span id=".E0.B8.81.E0.B8.B2.E0.B8.A3.E0.B8.A5.E0.B8.87.E0.B8.97.E0.B8.B8.E0.B8.99.E0.B9.83.E0.B8.99.E0.B8.81.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.97.E0.B8.B8.E0.B8.99.E0.B8.A3.E0.B8.A7.E0.B8.A1">การลงทุนในกองทุนรวม</span></h2>
<p>บริษัทจัดการกองทุนจะออกหนังสือชี้ชวนให้แก่นักลงทุน เพื่อให้นักลงทุนที่สนใจพิจารณาตัดสินใจก่อน จากนั้นบริษัทก็จะออกหน่วยลงทุน (unit trusts) มักจะออกขายราคาเริ่มต้นที่หน่วยละ 10 บาท ส่วนนักลงทุนที่สนใจในกองทุนรวมนั้นก็จะซื้อหน่วยลงทุนนั้นๆ และนักลงทุนก็ได้รับผลตอบแทนในรูปเงินปันผล (dividend) หรืออาจจะได้ในรูป กำไรส่วนต่าง (capital gain) ดอกเบี้ยรับ ส่วนลดรับ ซึ่งผลตอบแทนก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของการบริหารโดยบริษัทจัดการกองทุนและผู้จัดการกองทุน ว่าจะมีความสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนหรือผู้ถือหน่วยลงทุนได้มากน้อยเพียงใด</p>
<h2><span id=".E0.B8.9B.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B9.80.E0.B8.A0.E0.B8.97.E0.B8.82.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.81.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.97.E0.B8.B8.E0.B8.99.E0.B8.A3.E0.B8.A7.E0.B8.A1">ประเภทของกองทุนรวม</span></h2>
<h3><span id=".E0.B9.81.E0.B8.9A.E0.B9.88.E0.B8.87.E0.B8.95.E0.B8.B2.E0.B8.A1.E0.B8.81.E0.B8.B2.E0.B8.A3.E0.B8.A3.E0.B8.B1.E0.B8.9A.E0.B8.8B.E0.B8.B7.E0.B9.89.E0.B8.AD">แบ่งตามการรับซื้อ</span></h3>
<ul>
<li><strong>กองทุนปิด</strong> (Close-end Mutual Fund) เป็นกองทุนที่ขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนเป็นจำนวนจำกัดขนาด และเวลาในการไถ่ถอนหรือขายคืนให้กับบริษัทจัดการกองทุนจะกำหนดไว้ในหนังสือ ชี้ชวนก่อนจำหน่ายไว้แล้ว และในระหว่างเวลาที่ถือหน่วยลงทุนจะไม่สามารถขายคืนได้จนกว่าจะครบกำหนด คือกำหนดวันหมดเวลาของหน่วยลงทุนซึ่งบริษัทจัดการกองทุนจะรับซื้อตามมูลค่า ที่ครบกำหนดซึ่งอาจจะมากขึ้นหรือลดลงก็ได้ แต่บางครั้งกองทุนปิดก็สามารถทำการซื้อขายได้ตลอดถ้าบริษัทจัดการกองทุนนำ กองทุนปิดที่ตนเองออกขายให้กับนักลงทุน ไปจดทะเบียนไว้ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งผู้ถือหน่วยลงทุนจะสามารถขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ได้ซึ่งเป็นการเพิ่มสถาพคล่องให้กับผู้ถือหน่วยได้อีกทางหนึ่ง</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>กองทุนเปิด</strong> (Open-end Mutual Fund) เป็นกองทุนที่ขายหน่วยลงทุนให้นักลงทุนเป็นไม่จำกัดขนาดและเวลาในการไถ่ถอน คือนักลงทุนสามารถที่จะซื้อหรือจะขายเมื่อไหร่ก็ได้และระยะเวลาของหน่วยลง ทุนจะไม่มีกำหนด โดยไม่ต้องจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ สามารถซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์นั้นๆได้เลย</li>
</ul>
<h3><span id=".E0.B9.81.E0.B8.9A.E0.B9.88.E0.B8.87.E0.B8.95.E0.B8.B2.E0.B8.A1.E0.B8.99.E0.B9.82.E0.B8.A2.E0.B8.9A.E0.B8.B2.E0.B8.A2.E0.B8.81.E0.B8.B2.E0.B8.A3.E0.B8.A5.E0.B8.87.E0.B8.97.E0.B8.B8.E0.B8.99">แบ่งตามนโยบายการลงทุน</span></h3>
<ul>
<li><strong>กองทุนตราสารหนี้</strong> (General fixed income fund) เป็นกองทุนที่ขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารหนี้ภาครัฐบาล และ ตราสารหนี้ภาคเอกชน เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ ผลตอบแทนที่จะอยู่ในรูปดอกเบี้ยรับที่จะไปเพิ่มมูลค่าหน่ายลงทุนสุทธิ (Net Asset Value) หรือ (NAV) ให้สูงขึ้น
<ul>
<li><strong>กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น</strong> (Short-term fixed income fund) เป็นกองทุนที่ขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ ระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี</li>
<li><strong>กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว</strong> (Long-term fixed income fund) เป็นกองทุนที่ขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ ระยะยาวที่มีอายุมากกว่า 1 ปี สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในระยะยาว</li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>กองทุนตราสารทุน</strong> (Equity fund) เป็นกองทุนที่ขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนในตราสารทุน ประเภทหุ้นสามัญ ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ผลตอบแทนที่ได้ขึ้นอยู่กับบริษัทจัดการกองทุนว่าจะเป็นผลตอบแทนประเภทจ่ายเงินปันผล (dividend) หรือจากกำไรส่วนต่าง (capital gain)</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>กองทุนตลาดการเงิน</strong> (Money market fund) เป็นกองทุนที่ขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนในตลาดการเงิน เช่นฝากธนาคารหรือ นำไปลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ผลตอบแทนที่ได้จะอยู่ในรูปดอกเบี้ยรับซึ่งจะไปเพิ่มมูลค่าให้กับหน่วยลงทุน สุทธิ (Net Asset Value) หรือ (NAV) ราคาหน่วยลงทุนจะเพิ่มขึ้นนั้นเอง และมีลักษณะคล้ายๆกับกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นอีกด้วย แต่ที่ต่างกันคือ กองทุนตลาดการเงินจะเอาเงินบางส่วนไปฝากไว้กับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูงอีก ด้วย</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>กองทุนอสังหาริมทรัพย์</strong> (Property fund) เป็นกองทุนที่ขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยการนำเงินที่ได้ไปเช่าในระยะยาว 20-30 ปี ในอาคารหรือที่ดินที่เป็นประโยชน์และผลตอบแทนที่ได้คือ ค่าเช่าจากการนำไปทำประโยชน์ ผู้ถือหน่ายจะได้รับผลตอบแทนในรูปเงินปันผล (dividend) ในแต่ละปี แต่กองทุนนี้จะให้ผลตอบแทนในระยะยาว ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปกองทุนปิด และนำไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อสร้างสภาพคล่องให้แก่ผู้ที่ถือหน่วยลงทุนและเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ต้องการซื้อหน่วยลงทุนได้อีกด้วย</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>กองทุนทองคำ</strong> (Gold fund) เป็นกองทุนที่ขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนในทองคำ ซึ่งผู้ที่ถือหน่วยจะไม่ได้ถือทองคำจริงๆ แต่จะถือในรูปหน่วยลงทุนซึ่งผลตอบแทนที่ได้จากกองทุนทองคำคือมูลค่าที่ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอยู่ในรูปกำไรส่วนต่าง (capital gain)</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ</strong> (Foreign investment fund) หรือ (FIF) เป็นกองทุนที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศทั้งใน ตลาดเงิน ตลาดทุน ทองคำ หรือ ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ผลตอบแทนที่ได้จะต้องนำมาคำนวณในอัตราแลกเปลี่ยนอีกต่อหนึ่งด้วย ซึ่งผลกำไรอาจจะเท่าทุนก็เป็นได้ถ้าขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมาชดเชยกำไรที่ ได้ ดังนั้นกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศอาจมีข้อเสียจากความเสียงในอัตราแลก เปลี่ยน แต่ก็มีผลดีก็คือเป็นการกระจายการลงทุนออกไปนอกประเทศ ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงจากเศรษฐกิจภายในประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>กองทุนแบบผสม</strong> (Flexible Fund) เป็นกองทุนที่ลงทุนแบบผสมผสาน โดยจะกำหนดให้ลงทุนในตราสารทุนไม่เกินกว่าร้อยละ 65 แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 ที่เหลือนำไปลงทุนในตราสารอื่นได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้จัดการกองทุน</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>กองทุนผสมแบบยืดหยุ่น</strong> (Balance Fund) เป็นกองทุนที่ลงทุนแบบผสมผสานเช่นเดียวกันกองทุนแบบผสม แต่ไม่ได้กำหนดของเขตการลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารหนี้ในสัดส่วนเท่าใด การแบ่งสัดส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับผู้จัดการกองทุน</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>กองทุนอิงดัชนี</strong> (Index Fund) เป็นกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุน แต่จะให้น้ำหนักการลงทุนให้เท่ากับดัชนี นั้นๆ หรือเหนือกว่า ส่วนใหญ่จะอ้างอิงกับ SET50index บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ 50 อันแรกในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งวัดกันที่ขนาดมูลบริษัทจดทะเบียนในตลาด หรือ Market cap ซึ่งการลงทุนในดัชนี SET50index นี้ส่วนใหญ่มุ่งที่จะชนะตลาดในระยะยาว ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้จัดการกองทุนนั้นๆ ผลตอบแทนที่ได้คือกำไรส่วนต่างราคา (capital gain)</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ</strong> (Retirement Mutual Fund) หรือ (RMF) เป็นกองทุนรวมที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการออมระยะยาวเพื่อการเลี้ยง ชีพของผู้ถือหน่วยลงทุน ผู้ที่ถือหน่วยลงทุนจะได้รับคืนตอนอายุ 60 ปี แต่กองทุนนี้จะได้รับสิทธิ์พิเศษในการลดหย่อนภาษี</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>กองทุนหุ้นระยะยาว</strong> (Long term Equity Fund) หรื่อ (LTF) กองทุนรวมตราสารแห่งทุนที่นำเงินที่ได้จากการจำหน่ายหน่วยลงทุนไปลงทุนใน หรือมีไว้ซึ่งหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า65% ของ NAV และต้องถืออย่างน้อย 5 ปีถึงจะไถ่ถอนคืนได้ แต่กองทุนก็ได้รับสิทธิ์เหมือน (RMF) ในการลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน</li>
</ul>
<h2><span id=".E0.B8.9C.E0.B8.A5.E0.B8.95.E0.B8.AD.E0.B8.9A.E0.B9.81.E0.B8.97.E0.B8.99.E0.B8.88.E0.B8.B2.E0.B8.81.E0.B8.81.E0.B8.B2.E0.B8.A3.E0.B8.A5.E0.B8.87.E0.B8.97.E0.B8.B8.E0.B8.99.E0.B9.83.E0.B8.99.E0.B8.81.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.97.E0.B8.B8.E0.B8.99.E0.B8.A3.E0.B8.A7.E0.B8.A1">ผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวม</span></h2>
<ul>
<li><strong>กำไรส่วนต่างราคาซื้อขาย</strong> (Capital Gain) กำไรของการลงทุนในกองทุนเปิดส่วนนี้ไม่ต้องเสียภาษี</li>
<li><strong>เงินปันผล</strong> (Dividend) กำไรส่วนนี้ต้องเสียภาษีเงินได้</li>
</ul>
<p>ทั้งนี้บริษัทจัดการกองทุนได้หลีกเลี่ยงการจ่ายเงินปันผลเป็นการขายคืน อัตโนมัติแทน ซึ่งทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนโดยไม่เสียภาษี</p>
<h2><span>[แก้]</span> <span id=".E0.B8.84.E0.B8.A7.E0.B8.B2.E0.B8.A1.E0.B9.80.E0.B8.AA.E0.B8.B5.E0.B9.88.E0.B8.A2.E0.B8.87.E0.B8.88.E0.B8.B2.E0.B8.81.E0.B8.81.E0.B8.B2.E0.B8.A3.E0.B8.A5.E0.B8.87.E0.B8.97.E0.B8.B8.E0.B8.99">ความเสี่ยงจากการลงทุน</span></h2>
<p>ความเสี่ยงเกิดจากผลตอบแทนที่ได้รับนั้นน้อยกว่าที่คาดหวัง หรือ อาจถึงขั้นขาดทุนเลยก็เป็นได้ ซึ่งความเสี่ยงนี้นักลงทุนต้องมีการยอมรับล่วงหน้าแล้วว่า การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ ยิ่งผลตอบแทนมากความเสียงก็ยิ่งมาก ผลตอบแทนน้อยความเสี่ยงก็น้อยตาม ดังนั้นใครที่ต้องการผลตอบแทนมากก็แสดงว่าสามารถที่จะยอมรับความเสี่ยงได้ มากเช่นกัน ซึ่งความเสียงเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง สถาวะเศรษฐกิจ อัตราแลกเปลี่ยน ความผิดพลาดของบริษัทจัดการกองทุน หรือความเสี่ยงจากความไม่รู้ของนักลงทุนก็ถือว่าเป็นความเสียง ซึ่งเราสามารถแบ่งความเสียงได้ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>ความเสี่ยงของกองทุนตราสารทุน</strong></li>
</ul>
<p>เกิดจากการที่มูลค่าของหลักทรัพย์ในตราสารทุน เช่น หุ้น มีมูลค่าลดต่ำลง</p>
<ul>
<li><strong>ความเสี่ยงของกองทุนตราสารหนี้</strong></li>
</ul>
<p>เกิดจากการที่มูลค่าของดอกเบี้ยที่จะได้รับ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ ลดลง หรือ ผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถชำระดอกเบี้ยได้</p>
<h2><span id=".E0.B8.9A.E0.B8.97.E0.B8.9A.E0.B8.B2.E0.B8.97.E0.B8.82.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.81.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.97.E0.B8.B8.E0.B8.99.E0.B8.A3.E0.B8.A7.E0.B8.A1.E0.B8.97.E0.B8.B5.E0.B9.88.E0.B8.A1.E0.B8.B5.E0.B8.95.E0.B9.88.E0.B8.AD.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.9A.E0.B8.9A.E0.B9.80.E0.B8.A8.E0.B8.A3.E0.B8.A9.E0.B8.90.E0.B8.81.E0.B8.B4.E0.B8.88">บทบาทของกองทุนรวมที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ</span></h2>
<p><strong>กองทุนรวม</strong>เปรียบเสมือนเครื่องมือในการรวบรวมเงินออมจากนักลงทุน นำไปกระจายเข้าสู่ระบบแก่ผู้ที่ต้องการทุนหรื่อหน่วยธุรกิจ เมื่อนำไปลงทุน ซึ่งการลงทุนนี้เป็นส่วนสำคัญในทางเศรษฐศาสตร์ โดยเป็นตัวแปรหนึ่งในผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ (GDP) การลงทุนที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลให้มีการจ้างงานเกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจทำให้มีการกระจายรายได้ หน่วยธุรกิจที่ ลงทุนจะช่วยในการกระจายทรัพยากรทีมีจำกัดไปสู่ระบบเศรษฐกิจอีกด้วย ฉะนั้นกองทุนรวมจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจโดยตรง เพราะเงินที่นำเข้าสู่ระบบผ่านกองทุนรวมนี้ จะทำให้เกิด การลงทุน การจ้างงาน และ การบริโภคที่สูงขึ้น ก่อให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12cm2ci1h0c.com/%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

